วันอาทิตย์ ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563 06:46 น.

ภูมิภาค

ผู้เสียหายติดคุกฟรี 1 ปี 19 วัน วอนตำรวจทำคดีต้องทำตามความเป็นจริง

วันพุธ ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2563, 11.58 น.

พัทลุง คืบหน้าสองสามีติดคุกฟรี 1 ปี 19 วัน ขณะผู้เสียหายอีกรายวอนตำรวจต่อไปทำคดีอย่างมัวแต่ทำตามนายสั่ง ต้องทำตามความเป็นจริง
 

ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดพัทลุง สองสามีภรรยา นายภานุสิทธิ์ สังข์ทอง อายุ 28 ปี สามี นางรัชดา บัวแก้ว อายุ 28 ปี ภรรยาอยู่บ้านเลขที่ 100 หมู่ 8.ต.ชะรัด อ.กงหรา จ.พัทลุง เข้าร้องขอความเป็นธรรมต่อสำนักงานยุติธรรมจังหวัดพัทลุง และผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดพัทลุง หลังจากที่ครอบครัว มีอาชีพเดินรับชื้อผลไม้ในพื้นที่ จ.ชุมพร แล้วถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองชุมพร เจ้าหน้าที่ชุดสืบภาค 8 เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบภาค 9 เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจท่องเที่ยว และเจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดนที่ 434 พัทลุง จับกุมในข้อหาสมคบค้ามนุษย์ อั่งยี่ ช่องโจร รวม 5 หา ส่งพนักนักงานสอบสวน สภ.ชุมพร โดยเหตุเกิดเมื่อเดือนมกราคม 2562 และศาลตัดสินให้เป็นผู้บริสุทธิ์ พร้อมให้รับทรัพย์สินที่ ตำรวจยึดไปคืนทั้งหมด รถยนต์ 4 คัน เงินสด และเงินในบัญชีธนาคารอีกจำนวนหนึ่ง แต่สุดท้ายรถยนต์ 4 คันหายไป 2 คัน

 


ขณะที่เข้าไปขอรถยนต์คืนต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจยังถูกเรียกรับเงินคันละอีก 20,000 บาท แต่พวกเขาเข้าร้องให้อัยการจังหวัดชุมพรเข้าไกล่เคลียตามคำตัดสินของศาลจนได้รถกลับ มา 2 คัน อีก 2 คัน เจ้าหน้าที่ตำรวจ คืนให้บริษัทไฟแนนซ์ ตอนที่สองสามียังอยู่ในเรือนจำ และบริษัทไฟแนนซ์ เกียรตินาคิน และบริษัทโตโยต้าเลสซิ่ง ได้ฟ้องเรียกค่าชดเชยส่วนต่างอีก 1 ล้านกว่าบาท ทั้งที่ทั้ง 2 อยู่ในเรือนจำ

 


ล่าสุดนายอนุรักษ์ รัตน์พันธุ์ อายุ 39 ปี อยู่บ้านเลขที่  222 ม.8 ต.ลานข่อย อ.ป่าพะยอม จ.พัทลุง อีกหนึ่งผู้ที่ได้รับความเสียหายจากคดีดังกล่าว โดยศาลยกฟ้องและต้องเสียอิสรภาพไปพร้อมกับสองสามีภรรยา กล่าวว่ารู้สึกเสียใจต่อกระบวนการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่อ้างข้อหาสมคบค้ามนุษย์ทั้งที่ตังเองไม่ได้เกี่ยวข้อง และต้องอยู่ในเรือนจำกว่า 1 ปี 19 วัน จนกระตั้งศาลตัดสินเป็นผู้บริสุทธิ์พ้นผิด

 


จากสำนวนที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจส่งฟ้องตามเอกสาร 75 หน้ากระดาษ จริงแล้วอยากให้กระบวนการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมชาวบ้านต้องทำตามพยานหลักฐาน ไม่ใช่ทำตามที่ผู้บังคับบัญชาสั่ง เหมือนกับคดีของตนเองทางเจ้าหน้าที่ทำตามผู้บังคับบัญชาสั่งอย่างเดียว ทั้งที่ไม่มีพยานหลักฐานที่ชัดเจน โดยตอนเกิดเหตุ ตนก็ขับรถบรรทุกพ่วงเทเลอร์รับจ้างบริษัท ซึ่งตนยอมรับว่าตนเป็นเจ้าของรถยนต์กระบะคันที่ประสบเหตุและนำพาแรงงานต่างด้าวเข้าเมืองจริง แต่รถคันดังกล่าว ตนเองให้เขาเช่าไปเท่านั้นโดยไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีสมคบการค้ามนุษย์ตามที่เจ้าหน้าที่กล่าวอ้าง ตนจึงออกมาเรียกร้องขอความเป็นธรรมจากเจ้าหน้าที่ตำรวจออกมารับผิดชอบตน พร้อมกับสองสามีภรรยา และได้ยื่นเรื่องต่อยุติธรรมจังหวัดพัทลุง เพื่อร้องขอความเป็นธรรมช่วยเหลือต่อไป 

หน้าแรก » ภูมิภาค