วันอาทิตย์ ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2564 04:58 น.

ภูมิภาค

โครงการพาคนร้อยเอ็ดกลับบ้าน “คนร้อยเอ็ดไม่ทอดทิ้งกัน”

วันพฤหัสบดี ที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2564, 17.26 น.

ในช่วงที่ประเทศไทยกำลังเผชิญวิกฤตโควิด-19 มีผู้ป่วยรายวันทะลุหลักหมื่น มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 100 ราย เป็นช่วงที่มีคนป่วยและคนตายสูงที่สุด มีการแพร่ระบาดครบ 77 จังหวัด ส่วนใหญ่เกิดจากคนตกงานในกรุงเทพฯ และปริมณฑล เมื่อแคมป์คนงานปิด สถานประกอบการปิดประชาชนผู้ใช้แรงงานต่างเดินทางกลับบ้านเกิด

 


โควิดระลอกใหม่นี้สาหัสยิ่งนัก นอกจากหน่วยงานสาธารณสุขเร่งป้องกันและสอบสวนคุมโรคอย่างสุดกำลัง คุณหมอและบุคลากรทางการแพทย์ถือเป็นด่านหน้าทำงานหนักสู้โควิดรักษาชีวิตคนป่วย ยังมีกลุ่มอาสาสมัครจำนวนมากที่เสียสละออกมาช่วยคนไทยในยามขาดที่พึ่ง เข้าไม่ถึงการรักษา และยังไม่มีเตียงติดค้างอยู่ที่บ้าน ซึ่งเป็นผลพวงมาจากนโยบายภาครัฐอ่อนแอ


ในความโชคร้ายยังมีความโชคดีที่หลงเหลืออยู่ โครงการพาคนร้อยเอ็ดกลับบ้าน คนร้อยเอ็ดไม่ทอดทิ้งกัน ของสมาคมนครสาเกตกุศลสงเคราะห์ หน่วยกู้ชีพนครสาเกต อ.เมือง จ.ร้อยเอ็ด ร่วมกับภาคีเครือข่ายประกอบด้วย หน่วยกู้ภัยทางหลวงร้อยเอ็ดและหน่วยกู้ภัยอุดมเวทย์ร้อยเอ็ด

 


ที่จัดทำโครงการ พาคนร้อยเอ็ดกลับบ้าน คนร้อยเอ็ดไม่ทอดทิ้งกันซึ่งได้ดำเนินการมาตั้งแต่ วันที่ 4 กรกฎาคม 2564จนถึงปัจจุบันโครงการดังกล่าวสามารถนำพาพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดร้อยเอ็ดที่ติดเชื้อโควิด-19 กลุ่มเสี่ยงจากกทม.และปริมณฑล กลับมากักตัวและรักษาตัวที่บ้านเกิดแล้วมากกว่า500 คน

 

 

 

นายกิติศักดิ์ ปิยะมโนธรรม คณะกรรมการบริหารฝ่ายบรรเทาสาธารณภัยหน่วยกู้ชีพนครสาเกต เจ้าของโครงการฯกล่าวว่าสำหรับผู้ป่วยที่เข้าข่ายของปฎิบัติการในครั้งนี้ คือผู้ป่วยที่ยังไม่มีหน่วยงานใดเข้าให้การช่วยเหลือทั้งผู้ป่วยที่มีผลยืนยันการติดเชื้อแล้ว และ ผู้ที่มีความเสี่ยงสูงแต่ไม่มีโรงพยาบาลใดในพื้นที่ตรวจหาเชื้อให้ ที่ผ่านมา ได้จัดให้มีการลงทะเบียนให้กับประชาชนที่อยู่ใน 2 กลุ่มดังกล่าว ทุกวันมีพี่น้องประชาชนที่ต้องการความช่วยเหลือโทรเข้ามาปรึกษา ขอความช่วยเหลือทางโทรศัพท์วันหนึ่งนับร้อยสายหรือมากกว่านั้น อีกอย่างท่านที่ลงทะเบียนไว้และข้อมูลยืนยันถูกต้องชัดเจน ทางเราจะจัดรถเดินทางเข้าไปรับท่านถึงหน้าบ้านเลยไม่ต้องห่วงโดยจะขอความร่วมมือกับผู้ป่วยหรือกลุ่มเสี่ยงให้ปฎิบัติตัวก่อน ระหว่าง หรือเมื่อถึงปลายทางให้ไปในแนวทางเดียวกันเพื่อความปลอดภัยเป็นสำคัญ ประการสำคัญอีกประการหนึ่งคือโครงการดังกล่าวเป็นการบริการฟรีไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้นส่วนงบประมาณในการดำเนินการส่วนใหญ่จะเป็นการบริจาคของพี่น้องประชาชน