วันจันทร์ ที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2563 07:27 น.

กทม-สาธารณสุข

“อนุทิน” งัดยาแรงชงปิด “ผับ-บาร์” คุมไวรัสมรณะโควิด-19

วันเสาร์ ที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2563, 18.06 น.

"อนุทิน" ชงนายกฯปิด “ผับ-บาร์” ป้องกันแพร่เชื้อไวรัสโควิด-19 แจงจำเป็นต้องใช้ยาแรงป้องกันคนไทยเผชิญสถานการณ์เอาไม่อยู่แบบยุโรป ย้ำต้องงดกิจกรรมที่มีคนพบปะจำนวนมาก

วันที่ 4 มี.ค.63 ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.)นายอนุทิน ชาญวีรกุล รมว.สาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ภายหลังประชุมหน่วยราชการกระทรวงสาธารณสุข เพื่อกำหนดมาตรการ การป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 เสนอต่อคณะกรรมการโควิด-19 แห่งชาติ ที่มีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเป็นประธานในวันจันทร์ที่ 16 มี.ค.ว่า ทั้งการประกาศพื้นที่เขตติดต่อโรคร้ายแรงเพิ่มมากขึ้น เพื่อเป็นมาตรการทำให้การแพร่เชื้อลดน้อยลงมากที่สุด ,ห้ามไม่ให้ชุมนุม,การเดินทาง และสถานบริการ โดยเฉพาะการจัดงานสงกรานต์ปีนี้ก็คงต้องเงียบและข้าราชการของกระทรวงสาธารณสุขต้องเสียสละและสแตนด์บายเพื่อดูแลประชาชนมีภาวะติดเชื้อน้อยที่สุด และงดกิจกรรมสันทนาการ กีฬา ดนตรี ผับ บาร์ หรือแหล่งรวมตัวผู้คน จะงดในช่วงนี้ไปก่อน เพราะต้อง ยึดถึงสุขภาพของประชาชนเป็นสำคัญ

ช่วงนี้คงมีความจำเป็นที่จะต้องสั่งปิดสถานบริการเช่น ผับ บาร์ ซึ่งผู้ป่วยกลุ่มก้อนที่มีไม่กี่คน ทำให้เราต้องไปติดตามผู้เสี่ยงติดโรคกว่า 100 คน นำมาสืบสวนโรค เพื่อหยุดการระบาดของโรค จึงจำเป็นต้องปิด ผับ บาร์ เพราะได้ขอความร่วมมือไปแล้วแต่ก็ยังไปเที่ยวกันอย่างเต็มที่ จนทำให้เกิดความเดือดร้อนไปทั่วประเทศเพราะฉะนั้นจะต้องบังคับใช้ ซึ่งเราจะสั่งปิดจนกว่าความปลอดภัยจะเกิดขึ้น เพราะปัญหาเกิดจากคนดื่มเหล้าแก้วเดียวกัน สูบบุหรี่มวนเดียวกัน ถ้าใครจะด่าที่ทำให้อดเที่ยว ก็ต้องไปโทษกลุ่มคนพวกนี้

สำหรับมาตรการงดเดินทางเข้าประเทศไทยนั้น นายอนุทิน กล่าวว่า ก็ชัดเจนอยู่แล้ว หากมาจากประเทศที่เราประกาศว่าเป็นพื้นที่แพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ก็ต้องเข้ากระบวนการกักโรค 14 วัน ไม่ข้อยกเว้น หากไม่มีใบรับรองแพทย์สายการบินก็ไม่สามารถออก boarding pass ได้ และถ้ามาต่อเครื่องจะส่งกลับทันที ซึ่งมาตรการนี้ได้ผลมากและได้ส่งผู้โดยสารกลับไปหลายคนแล้ว โดยในวันนี้ส่งกลับไปแล้ว 60 คน รวมทั้งควบคุมไม่ให้เดินไปช๊อปปิ้ง ยืนยันว่าช่วงนี้เราจำเป็นที่จะต้องบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดโดยไม่สนใจหน้าอินทร์หน้าพรหม

นายอนุทิน ยืนยันว่าขณะนี้การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในประเทศไทยยังไม่เข้าสู่ระยะที่ 3 แต่ที่ต้องดำเนินการมาตรการเข้มข้นเนื่องจากไม่ต้องการให้คนไทยต้องเจอเหตุการณ์แบบยุโรป และป้องกันไม่ให้ประชาชนเจ็บป่วยจนไปถึงสถานการณ์ที่ต้องเลือกว่าจะให้ใครอยู่หรือใครตาย