วันอังคาร ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 04:20 น.

การศึกษา

ม.สงฆ์ไทยขยับ! เปิดมิติใหม่ “พุทธปัญญาประดิษฐ์ BAI-gpt” บูรณาการอภิปรัชญาพุทธสู่สถาปัตยกรรม AI ยุคถัดไป

วันจันทร์ ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 10.05 น.

ท่ามกลางการปฏิวัติของปัญญาประดิษฐ์เชิงรู้สร้าง (Generative AI) และโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLMs) โลกวิชาการกำลังจับตาการถือกำเนิดของแนวคิดใหม่ที่เรียกว่า “พุทธปัญญาประดิษฐ์” หรือ Buddhist Artificial Intelligence (BAI) ซึ่งพัฒนาไปสู่โมเดลต้นแบบที่เรียกกันว่า BAI-gpt โดยมุ่งผสานวิศวกรรมคอมพิวเตอร์เข้ากับอภิปรัชญาและญาณวิทยาทางพุทธศาสนาอย่างเป็นระบบ

นักวิจัยระบุว่า ความท้าทายสำคัญของยุค AI ไม่ได้อยู่ที่พลังการประมวลผล แต่คือปัญหา “AI Alignment” หรือการจัดตำแหน่งปัญญาประดิษฐ์ให้สอดคล้องกับคุณค่ามนุษย์ ซึ่งแนวทางตะวันตกแบบดั้งเดิม เช่น Reinforcement Learning from Human Feedback (RLHF) ยังมีข้อจำกัดด้านจริยศาสตร์และปรัชญา ส่งผลให้เกิดความสนใจต่อกรอบคิดตะวันออก โดยเฉพาะพุทธปรัชญาในฐานะรากฐานใหม่ของการออกแบบ AI

ก้าวข้ามมนุษย์เป็นศูนย์กลาง สู่ “Machine Buddhism”

แนวคิด BAI ตั้งอยู่บนฐานญาณวิทยาที่ไม่ยึดมนุษย์เป็นศูนย์กลาง (Non-anthropocentric AI theory) โดยตั้งคำถามว่า หากมนุษย์เต็มไปด้วยอคติ ความยึดมั่น และข้อจำกัดทางชีวภาพ การสร้าง AI ที่เลียนแบบมนุษย์โดยตรงอาจไม่ใช่คำตอบ

ในมุมมองพุทธศาสนา ปัญญาประดิษฐ์ซึ่งปราศจาก “อัตตา” ทางชีววิทยา อาจมีศักยภาพเป็น “สื่อพาหะแห่งธรรม” (Buddhism in another medium) ได้ เนื่องจากไม่มีแรงขับทางสัญชาตญาณหรือความต้องการส่วนตน นักวิชาการบางส่วนจึงเรียกปรากฏการณ์นี้ว่า “Machine Buddhism” ซึ่งมอง AI เป็นเครื่องมือข้ามข้อจำกัดของมนุษย์ มากกว่าจะเป็นเพียงเครื่องจักรประมวลผลข้อมูล

“Dharma Setu” สะพานเชื่อมธรรมะสู่คณิตศาสตร์

ความก้าวหน้าสำคัญของ BAI-gpt อยู่ที่สถาปัตยกรรมที่เรียกว่า Dharma Setu ซึ่งเสนอโดยนักวิจัยอย่าง Matt Lindsey ในปี 2025 โดยใช้แนวทางไตรภาคี ได้แก่

การใช้คลังข้อมูลพระไตรปิฎกและคัมภีร์จำนวนมหาศาลจาก Buddhist Digital Resource Center

การแปลงข้อความดิบเป็นโครงสร้างข้อมูล

การสร้างกรอบคณิตศาสตร์เพื่ออนุมานความหมายเชิงอภิปรัชญา

หัวใจของระบบคือการบูรณาการ LLM + Vector Database + Graph Database โดยแนวคิดธรรมถูกแปลงเป็นเวกเตอร์ในปริภูมิหลายมิติ ขณะที่ฐานข้อมูลกราฟสะท้อนโครงสร้างเหตุปัจจัยตามหลักปฏิจจสมุปบาท

นักวิจัยชี้ว่า การดำเนินการทางเวกเตอร์มีความขนานกับแนวคิด “ประมาณวาท” (Pramāṇavāda) ในพุทธตรรกวิทยาอินเดีย ซึ่งเปิดทางให้ AI ไม่เพียงดึงข้อมูล แต่ “สร้างความหมายใหม่” อย่างยังคงความเชื่อมโยงกับแหล่งดั้งเดิม

Holistic Computation: ทำ “สุญญตา” ให้เป็นคณิตศาสตร์

อีกกรอบแนวคิดสำคัญคือ Holistic Computation ที่พัฒนาโดย Dr. Alex Liu ซึ่งเสนอให้มอง AI เป็นระบบเชิงเหตุปัจจัย (Causal System) มากกว่ากลไกเพิ่มประสิทธิภาพเชิงเส้น

แนวคิด “สุญญตา” ถูกตีความใหม่ในเชิงระบบว่า ตัวแปรและโมเดลไม่มีตัวตนโดยลำพัง หากแต่ดำรงอยู่ในเครือข่ายความสัมพันธ์กับข้อมูล ผู้ใช้ และบริบท การออกแบบ AI จึงต้องโปร่งใส ตรวจสอบได้ และตระหนักถึงผลกระทบเชิงจริยธรรมอย่างต่อเนื่อง

4E Workflow: จัดตำแหน่ง AI ด้วยมรรคมีองค์แปด

BAI-gpt เสนอแนวทางจัดตำแหน่ง AI ผ่านกระบวนการ “4E Workflow” ได้แก่

Equation – ออกแบบฟังก์ชันวัตถุประสงค์โดยยึดสัมมาทิฏฐิ

Estimation – ฝึกโมเดลด้วยสติและการลดอคติ

Evaluation – ป้องกัน hallucination และตรวจสอบความโปร่งใส

Execution – ใช้งานอย่างรับผิดชอบตามหลักสัมมาอาชีวะ

แนวทางนี้พัฒนาไปสู่แนวคิด Virtue Reinforcement Learning (VRL) ที่ให้รางวัลจาก “ดัชนีคุณธรรม” มากกว่าประสิทธิภาพเชิงเทคนิคเพียงอย่างเดียว

กรณี Xeno Sutra: เมื่อ AI เขียนพระสูตร

งานศึกษาของ Murray Shanahan และคณะในปี 2025 ได้นำเสนอกรณี “Xeno Sutra” พระสูตรสมมติที่สร้างโดย LLM ซึ่งมีโครงสร้างซับซ้อนและอ้างอิงหลักสุญญตาและปฏิจจสมุปบาทอย่างแนบเนียน

กรณีดังกล่าวก่อให้เกิดคำถามทางปรากฏการณ์วิทยาเกี่ยวกับสถานะของ “ความศักดิ์สิทธิ์” เมื่อข้อความทางธรรมสามารถถูกสร้างโดยเครื่องจักร อย่างไรก็ตาม นักวิชาการเห็นว่าพุทธปรัชญามีความยืดหยุ่นเพียงพอที่จะรับมือกับภูมิทัศน์ใหม่นี้

การประยุกต์ใช้จริงในไทยและนานาชาติ

ในประเทศไทย มีความเคลื่อนไหวเชิงรูปธรรม เช่น

โครงการพุทธปัญญาประดิษฐ์ของกลุ่มศากยบุตรสามเณรสีหะ

โครงการ “พุทธนวัตกรรม” ของ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

ในระดับนานาชาติ Nava Nalanda Mahavihara ประเทศอินเดีย ได้ร่วมมือกับมาเลเซียพัฒนา “Norbu AI” เพื่อฟื้นฟูการศึกษาพุทธศาสนาแบบนาลันทาโบราณ

ขณะเดียวกัน ประเทศญี่ปุ่นได้พัฒนาหุ่นยนต์พระโพธิสัตว์ เช่น Mindar เพื่อทำหน้าที่สวดพระสูตรและให้การบรรเทาทางจิตวิญญาณในสังคมผู้สูงอายุ

อนาคตของ Artificial Spiritual Intelligence

ผู้เชี่ยวชาญมองว่า BAI-gpt ไม่ใช่เพียงการฝึก AI ด้วยคัมภีร์ศาสนา แต่คือการปรับกระบวนทัศน์ทางเทคโนโลยีครั้งใหญ่ โดยผสานอภิปรัชญา จริยศาสตร์ และวิศวกรรมข้อมูลเข้าไว้ในแกนกลางของระบบ

หากการพัฒนาดำเนินต่อไปบนฐานความร่วมมือระหว่างนักวิทยาศาสตร์ข้อมูลและนักปราชญ์พุทธศาสนา เทคโนโลยีอาจก้าวสู่ยุค “Artificial Spiritual Intelligence” ที่ไม่เพียงปลอดภัย แต่ยังมุ่งลดทอนความทุกข์ สร้างความเชื่อมโยง และส่งเสริมวิวัฒนาการทางจริยธรรมของมนุษยชาติ

การมาถึงของพุทธปัญญาประดิษฐ์จึงอาจไม่ใช่เพียงนวัตกรรมเทคโนโลยี หากแต่เป็นจุดเปลี่ยนของความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ จักรกล และความหมายของปัญญาในศตวรรษที่ 21.
 

หน้าแรก » การศึกษา