วันจันทร์ ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2569 08:45 น.

การเมือง

เปิดวิสัยทัศน์ "ยศชนัน" ดันรัฐฐานวิทยาศาสตร์ ปฏิรูปโครงสร้างประเทศไทย

วันอาทิตย์ ที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2569, 15.26 น.

ท่ามกลางวิกฤตเชิงโครงสร้างที่รุมเร้าประเทศไทย ทั้งกับดักรายได้ปานกลาง สังคมสูงวัย ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา และการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีอย่างก้าวกระโดด แนวคิดการบริหารประเทศแบบเดิมเริ่มถูกตั้งคำถามอย่างหนักว่าเพียงพอหรือไม่ในการพาประเทศก้าวต่อไป

หนึ่งในวิสัยทัศน์ที่ได้รับความสนใจในเวทีการเมืองการเลือกตั้งปี 2569 คือข้อเสนอของ ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย ซึ่งนำเสนอกรอบคิด “Science-based Nation” หรือ “การสร้างชาติบนฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี” อันถือเป็นความพยายามเปลี่ยนผ่าน กระบวนทัศน์การบริหารรัฐไทยครั้งใหญ่

จากรัฐสั่งการ สู่รัฐอำนวยความรู้

หัวใจสำคัญของวิสัยทัศน์ ศ.ดร.ยศชนัน คือการปฏิรูปบทบาทภาครัฐ จากระบบราชการรวมศูนย์ที่เน้นการสั่งการ (Commander) ไปสู่ รัฐบาลผู้แนะนำและอำนวยความสะดวก (Recommender State) โดยใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และ Big Data เป็นเครื่องมือหลักในการตัดสินใจเชิงนโยบาย

แนวคิดนี้สะท้อนความพยายามนำตรรกะแบบแพลตฟอร์มดิจิทัลมาปรับใช้กับรัฐ เช่น การให้คำแนะนำเกษตรกรว่าควรปลูกพืชใดตามสภาพดิน–น้ำ–ตลาด การชี้แนะแรงงานว่าควรพัฒนาทักษะใดให้ตรงกับความต้องการตลาด หรือการให้บริการรัฐแบบเฉพาะบุคคลแทนการออกนโยบายแบบ “หว่านแห”

รัฐบาล AI และ Government RAG System

ในเชิงโครงสร้าง ศ.ดร.ยศชนัน เสนอการพัฒนา Government RAG System ซึ่งเป็นระบบ AI ที่เชื่อมโยงกับฐานข้อมูลภาครัฐที่เชื่อถือได้ เพื่อให้การตัดสินใจและคำแนะนำของรัฐตั้งอยู่บนข้อมูลจริง ลดปัญหาความล่าช้า ความซ้ำซ้อน และการใช้ดุลยพินิจส่วนบุคคลของระบบราชการ

โมเดลดังกล่าวถูกวางให้เป็น “สมองกลของชาติ” ที่สามารถให้บริการประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง ตั้งแต่เรื่องสวัสดิการ การเกษตร SMEs ไปจนถึงบริการสุขภาพ โดยยังยึดหลัก AI ที่มนุษย์เป็นศูนย์กลาง (Human-centric AI) ไม่ใช่การแทนที่คน แต่เป็นการเสริมศักยภาพมนุษย์

ปฏิรูปการศึกษา: ทลายกำแพงวัยและวุฒิ

อีกหนึ่งเสาหลักคือการปฏิรูปการศึกษาผ่านระบบ ธนาคารหน่วยกิต (Credit Bank) และการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning) ซึ่งเปิดโอกาสให้ประชาชนทุกช่วงวัยสามารถเรียนเป็นโมดูล สะสมหน่วยกิต และนำไปเทียบโอนเป็นวุฒิการศึกษาได้ในอนาคต

แนวคิดนี้มีเป้าหมายแก้ปัญหา “เรียนไม่ตรงงาน–งานไม่ตรงทักษะ” ที่ฝังรากลึกในสังคมไทย พร้อมเชื่อมการศึกษาเข้ากับตลาดแรงงานจริง ผ่านโมเดล Earn While Learn และการดึงภาคเอกชนเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัย

ขับเคลื่อนเศรษฐกิจใหม่: BCG และ Medical Hub 2.0

ในมิติเศรษฐกิจ ศ.ดร.ยศชนัน เสนอการยกระดับ BCG Economy และ Medical Hub ด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง (Deep Tech) ตั้งแต่เกษตรแม่นยำ อาหารทางการแพทย์ วัสดุชีวภาพ ไปจนถึงการพัฒนาเทคโนโลยีสมอง–คอมพิวเตอร์ (BCI) และนวัตกรรมดูแลผู้สูงวัย

เป้าหมายคือการเปลี่ยนประเทศไทยจากผู้ผลิตวัตถุดิบราคาต่ำ ไปสู่ศูนย์กลางนวัตกรรมสุขภาพและเศรษฐกิจสีเขียวระดับโลก

ความท้าทาย: กำแพงราชการ–ช่องว่างดิจิทัล

อย่างไรก็ตาม รายงานวิเคราะห์ชี้ว่า วิสัยทัศน์ดังกล่าวต้องเผชิญความท้าทายสำคัญ ทั้งแรงต้านจากระบบราชการเดิม ความเหลื่อมล้ำทางดิจิทัล ความพร้อมของฐานข้อมูลรัฐ รวมถึงประเด็นจริยธรรม ความโปร่งใส และความรับผิดชอบของ AI ในการปกครอง

ขณะเดียวกัน นโยบายเชิงโครงสร้างเหล่านี้ต้องอาศัยเสถียรภาพทางการเมืองและความต่อเนื่องในระยะยาว ซึ่งถือเป็นโจทย์ใหญ่ในบริบทการเมืองไทย

เดิมพันอนาคตประเทศ

นักวิชาการประเมินว่า วิสัยทัศน์ “Science-based Nation” ของ ศ.ดร.ยศชนัน ไม่ใช่เพียงชุดนโยบายหาเสียง แต่เป็นความพยายาม “รื้อระบบปฏิบัติการของรัฐไทย” เพื่อรับมือโลกศตวรรษที่ 21 หากประสบความสำเร็จ ไทยอาจหลุดพ้นจากกับดักการพัฒนาเดิม แต่หากล้มเหลว ก็อาจสะท้อนข้อจำกัดเชิงโครงสร้างที่ฝังรากลึกยิ่งกว่าเทคโนโลยีใดๆ

การเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ 2569 จึงไม่ใช่แค่การเลือกตัวบุคคลหรือพรรคการเมือง หากแต่เป็นการตัดสินใจว่า ประเทศไทยพร้อมหรือไม่กับ การเปลี่ยนผ่านสู่รัฐฐานวิทยาศาสตร์ อย่างแท้จริง.
 

หน้าแรก » การเมือง

ข่าวในหมวดการเมือง