วันจันทร์ ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2569 10:10 น.

การเมือง

ถอดรหัสวิสัยทัศน์ "ณัฐพงษ์" ชู  "12 ภารกิจรัฐบาลประชาชน" ยุคเอไอ  เดิมพันพรรคประชาชนกับการเปลี่ยนผ่านประเทศไทยสู่รัฐนวัตกรรม

วันอาทิตย์ ที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2569, 16.11 น.

11 มกราคม 2569 นับเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของการเมืองไทย เมื่อ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน (People’s Party) เปิดตัววิสัยทัศน์และทีมบริหารเงา พร้อมประกาศยุทธศาสตร์ใหญ่ภายใต้หัวข้อ “12 ภารกิจรัฐบาลประชาชน” ยุคเอไอ  ซึ่งถูกมองว่าไม่ใช่เพียงนโยบายหาเสียง แต่เป็นความพยายามเสนอ “สัญญาประชาคมใหม่” เพื่อรื้อโครงสร้างรัฐไทยทั้งระบบ

การประกาศดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางบริบทการเมืองที่เปราะบาง หลังการยุบพรรคก้าวไกลในปี 2567 และความขัดแย้งของรัฐบาลผสมเดิม ทำให้พรรคประชาชนถูกจับตาในฐานะสัญลักษณ์ของ “ความเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง” ที่ชัดเจนที่สุดในสมรภูมิเลือกตั้งปี 2569

ไทยในภาวะ “เสือป่วย” กับโจทย์ก้าวพ้นกับดักรายได้ปานกลาง

รายงานวิเคราะห์ชี้ว่า ประเทศไทยในปี 2569 กำลังเผชิญสภาวะ “เสือป่วย” จากการติดกับดักรายได้ปานกลางมาอย่างยาวนาน เศรษฐกิจเติบโตชะลอ ความสามารถในการแข่งขันลดลง ขณะที่หนี้ครัวเรือนพุ่งสูง ท่ามกลางแรงกดดันจากเทคโนโลยีใหม่และการแข่งขันระดับโลก

นายณัฐพงษ์และทีมเศรษฐกิจพรรคประชาชนได้มีการเสนอการ “เปลี่ยนผ่านสู่ยุคเอไอ” โดยมองว่า AI ไม่ใช่เพียงเครื่องมือ แต่เป็น โครงสร้างพื้นฐานใหม่ของรัฐ ที่จำเป็นต่อการปลดล็อกศักยภาพประเทศในทุกมิติ ตั้งแต่เศรษฐกิจ การศึกษา ไปจนถึงการบริหารราชการแผ่นดิน

รัฐผู้กำหนดพันธกิจ: จากซ่อมตลาดสู่การสร้างตลาด

แก่นคิดสำคัญของ “12 ภารกิจ” ได้รับอิทธิพลจากแนวคิด Mission-oriented Economy ของนักเศรษฐศาสตร์ระดับโลก Mariana Mazzucato ที่เสนอให้รัฐทำหน้าที่มากกว่าการแก้ความล้มเหลวของตลาด แต่ต้องเป็นผู้กำหนดทิศทางและสร้างตลาดใหม่ผ่าน “พันธกิจ” ขนาดใหญ่

ขณะเดียวกัน ยังสังเคราะห์กับแนวคิดการก้าวข้ามกับดักรายได้ปานกลางของ รศ.ดร.วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร ที่เน้นบทบาท “รัฐส่งเสริมนวัตกรรม” และนโยบายอุตสาหกรรมเชิงรุก แทนการพึ่งกลไกตลาดหรือประชานิยมระยะสั้น

12 ภารกิจ: รื้อเศรษฐกิจ–สังคม–อำนาจรัฐ

รายงานวิเคราะห์จำแนก “12 ภารกิจรัฐบาลประชาชน” ยุคเอไอ  ออกเป็น 4 กลุ่มใหญ่ ได้แก่

1. พลิกโฉมเศรษฐกิจด้วยเทคโนโลยี
ตั้งแต่เศรษฐกิจ AI และอธิปไตยดิจิทัล การสร้าง National Cloud การยกระดับอุตสาหกรรมสู่เศรษฐกิจสีเขียว ไปจนถึงการปฏิรูปการคลังด้วยงบประมาณฐานศูนย์ (Zero-Based Budgeting) และภาษีความมั่งคั่ง

2. สร้างความมั่นคงทางสังคมและทุนมนุษย์
ผลักดันสวัสดิการถ้วนหน้าตั้งแต่เกิดจนตาย ปฏิวัติการศึกษาด้วยระบบ Credit Bank และยกระดับสิทธิแรงงาน–ค่าแรงขั้นต่ำ เพื่อแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำเชิงโครงสร้าง

3. ปฏิรูปโครงสร้างอำนาจรัฐ
ตั้งแต่ “กิโยตินกฎหมาย” และรัฐบาลดิจิทัล การกระจายอำนาจเลือกตั้งผู้ว่าฯ ทั่วประเทศ ไปจนถึงการปฏิรูปกองทัพและกระบวนการยุติธรรม ซึ่งถูกมองว่าเป็นภารกิจที่ท้าทายอำนาจเดิมโดยตรงมากที่สุด

4. โครงสร้างพื้นฐานและความมั่นคงยุคใหม่
ครอบคลุมเมกะโปรเจกต์เพื่อคุณภาพชีวิต การปฏิรูปที่ดินเพื่อประชาชน และนโยบายต่างประเทศเชิงรุกควบคู่ความมั่นคงไซเบอร์

ทีมเทคโนแครต กับความน่าเชื่อถือเชิงนโยบาย

อีกหนึ่งจุดเด่นของ “12 ภารกิจ” คือทีมบริหารเงาที่เต็มไปด้วยนักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญ ตั้งแต่ ศิริกัญญา ตันสกุล ด้านการคลัง วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร ด้านอุตสาหกรรมและเศรษฐกิจ ดร.เดชรัต สุขกำเนิด ด้านสวัสดิการ ไปจนถึง พริษฐ์ วัชรสินธุ ด้านการศึกษาและรัฐธรรมนูญ สะท้อนภาพพรรคการเมืองที่ขับเคลื่อนด้วยฐานความรู้ (Knowledge-based Politics)

ความท้าทาย: แรงต้าน–การคลัง–ระบบราชการ

อย่างไรก็ตาม รายงานชี้ว่า ความสำเร็จของ “12 ภารกิจ” ต้องเผชิญแรงเสียดทานสำคัญ ทั้งจากกลุ่มอำนาจเดิม ความยากในการจัดการงบประมาณสวัสดิการขนาดใหญ่ และความเฉื่อยของระบบราชการไทยที่อาจต่อต้านการนำ AI และรัฐบาลดิจิทัลมาใช้แทนดุลยพินิจแบบเดิม

เลือกตั้ง 2569: เลือกนโยบาย หรือเลือกโครงสร้างประเทศ

นักวิชาการประเมินว่า “12 ภารกิจรัฐบาลประชาชน”  ยุคเอไอ  ไม่ใช่เพียงชุดนโยบายหาเสียง แต่คือ พิมพ์เขียวการรื้อสร้างประเทศไทยใหม่ จากรัฐที่ติดกับดักรายได้ปานกลางและเหลื่อมล้ำสูง สู่รัฐนวัตกรรมและสวัสดิการสมัยใหม่

การเลือกตั้งปี 2569 จึงถูกมองว่าไม่ใช่แค่การเลือกพรรคการเมือง แต่เป็นการตัดสินใจครั้งสำคัญว่าสังคมไทยพร้อมจะ “เปลี่ยนผ่าน” ไปสู่โครงสร้างใหม่ตามวิสัยทัศน์นี้หรือไม่ — หรือจะยังคงอยู่กับโครงสร้างเดิมต่อไปอีกระยะหนึ่ง 
 

หน้าแรก » การเมือง

ข่าวในหมวดการเมือง