วันศุกร์ ที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 03:09 น.

การศึกษา

เรียนพระไตรปิฎก เป็นฐานสร้างพุทธเอไอ ช่วยลดทุกข์สังคมสันติสุข

วันพฤหัสบดี ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 17.33 น.

นักวิชาการไทย–นานาชาติ เสนอแนวคิด “พุทธปัญญาประดิษฐ์” (Buddhist Artificial Intelligence: BAI) บูรณาการการเรียนพระไตรปิฎกตามหลัก ปริยัติ–ปฏิบัติ–ปฏิเวธ เป็นกรอบออกแบบเทคโนโลยี AI ที่มุ่งลดทุกข์และยกระดับคุณภาพมนุษย์ ท่ามกลางวิกฤตจริยธรรมและปัญหา Value Alignment ของโลกดิจิทัล

ภูมิทัศน์ใหม่ AI กับโจทย์จริยธรรมระดับโลก
ในทศวรรษแห่งการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่สี่ เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ได้ก้าวจากระบบคำสั่งตายตัวสู่การเรียนรู้เชิงลึกและแบบจำลองภาษาขนาดใหญ่ (LLMs) ที่สามารถสร้างสรรค์ วิเคราะห์ และคาดการณ์ได้อย่างซับซ้อน

อย่างไรก็ตาม ความก้าวหน้าดังกล่าวกลับมาพร้อม “วิกฤตการณ์ทางญาณวิทยาและจริยธรรม” เมื่อระบบ AI ถูกพัฒนาบนฐานคิดแบบลดทอนส่วนและประสิทธิภาพเชิงเส้นที่เน้นผลกำไรสูงสุด มากกว่าการคำนึงถึงผลกระทบต่อมนุษย์และสังคม

โจทย์สำคัญที่วงการเทคโนโลยีกำลังเผชิญคือ “ปัญหาการจัดตำแหน่งค่านิยม” (Value Alignment Problem) — มนุษย์จะทำอย่างไรให้ AI มีเป้าหมายสอดคล้องกับคุณค่าทางศีลธรรมของสังคม ไม่ใช่เพียงความแม่นยำเชิงสถิติ

พระไตรปิฎก: จากคัมภีร์โบราณสู่ Ethical Database
นักคิดหลายฝ่ายเสนอว่า คำตอบอาจไม่ได้อยู่ในกรอบจริยธรรมตะวันตกเพียงอย่างเดียว หากแต่อยู่ในภูมิปัญญาตะวันออก โดยเฉพาะหลักธรรมในพระไตรปิฎก ซึ่งสามารถมองเป็น “ฐานข้อมูลเชิงจริยธรรมและญาณวิทยา” ขนาดใหญ่ที่สุดชุดหนึ่งของโลก

การเรียนพระไตรปิฎกจึงไม่ใช่เพียงการท่องจำ แต่คือกระบวนการแปรความรู้ไปสู่การปฏิบัติจริง เปรียบเสมือนการรู้สรรพคุณยาแล้วต้องกลืนยารักษา “โรคกิเลส” ให้หายขาด

ปริยัติ–ปฏิบัติ–ปฏิเวธ: วงจรชีวิตใหม่ของ AI
นักวิจัยเสนอกรอบพัฒนา AI ตามหลักพุทธธรรม 3 ขั้น ได้แก่

ปริยัติ: การป้อนข้อมูลหลักธรรมเข้าสู่ระบบ สร้างโครงสร้างความรู้เชิงเหตุปัจจัย

ปฏิบัติ: การออกแบบอัลกอริทึมให้ตัดสินใจบนฐานคุณธรรม ไม่ใช่เพียงประสิทธิภาพ

ปฏิเวธ: ผลลัพธ์ต้องช่วยลดทุกข์ สร้างสันติสุข และไม่เบียดเบียน

แนวคิดนี้วิจารณ์วงการ AI ปัจจุบันว่าอยู่ในภาวะ “ปริยัติที่ไร้ปฏิบัติ” คือเรียนรู้ข้อมูลมหาศาล แต่ขาดเจตจำนงในการบรรเทาทุกข์หรือรับผิดชอบต่อผลกระทบ

เตือนนักพัฒนาอย่าตกหลุมพราง “ผู้ป่วยประเภทที่ห้า”
บทวิเคราะห์เชิงเปรียบเทียบชี้ว่า นักพัฒนา AI บางกลุ่มอาจเหมือน “ผู้ป่วยที่รู้สรรพคุณยา แต่อวดอ้างและไม่ยอมรักษาตน” คือศึกษาทฤษฎีเชิงลึก สร้างโมเดลซับซ้อน แต่ไม่ได้นำไปแก้ปัญหาสังคมจริง

ผู้ที่ศึกษาพระไตรปิฎกเพื่อประยุกต์ใช้กับ AI จึงต้องไม่หยุดอยู่ที่การเข้าใจปฏิจจสมุปบาทหรืออภิธรรมในเชิงทฤษฎี หากต้องฝังหลักไม่เบียดเบียน ศีล 5 และอริยมรรคไว้ในโครงสร้างโค้ดอย่างแท้จริง

อ้างอิง “พุทธธรรม” ย้ำธรรมะต้องนำไปใช้จริง
ในหนังสือ พุทธธรรม ของ สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ป.อ. ปยุตฺโต) ได้ย้ำว่า หลักคำสอนใดที่เป็นเพียงการคิดค้นทางเหตุผลเพื่อสนองปัญญา แต่ไม่แสดงแนวทางปฏิบัติในชีวิตจริง ย่อมไม่ใช่พระพุทธศาสนา

หลักการนี้ถูกนำมาใช้เป็นเข็มทิศกำหนดทิศทาง BAI — หาก AI เพียงท่องจำพระสูตรหรือถกเถียงเก่งกาจ แต่ไม่สามารถเสนอแนวทางลดทุกข์หรือแสดงความกรุณาได้ ก็ยังไม่อาจเรียกว่าเป็น “พุทธปัญญาประดิษฐ์”

กรณีศึกษา: จากดิจิทัลพระไตรปิฎกถึงหุ่นยนต์เทศน์
ความพยายามเชิงรูปธรรมเกิดขึ้นแล้วในหลายประเทศ เช่น

โครงการแปลงพระไตรปิฎกสู่ดิจิทัล สร้าง Knowledge Graph วิเคราะห์แนวคิดอย่าง “อนัตตา” และ “ปฏิจจสมุปบาท”

ระบบ AI-Enhanced Buddhist Meditation ที่ใช้ข้อมูลชีวภาพช่วยปรับคำแนะนำสมาธิแบบเฉพาะบุคคล

หุ่นยนต์พระโพธิสัตว์ “Mindar” ที่วัดโคไดจิ ประเทศญี่ปุ่น ทำหน้าที่เทศนา

แม้เทคโนโลยีเหล่านี้เปิดพรมแดนใหม่ แต่ก็เผชิญคำถามเรื่องความสมจริง ศรัทธา และความเสี่ยงต่อการครอบงำจิตสำนึกผ่านเศรษฐกิจดึงดูดความสนใจ

ข้อควรระวัง: เทคโนโลยีกับการพึ่งพาเกินขอบเขต
นักวิชาการเตือนว่า การใช้ AI ตรวจวัดคลื่นสมองหรือให้คะแนนการปฏิบัติธรรม อาจทำให้ผู้ปฏิบัติพึ่งพาเทคโนโลยีมากเกินไป จนสูญเสียการเฝ้าสังเกตด้วยสติของตนเอง

พระพุทธเจ้าทรงเป็น “ผู้ชี้ทาง” ส่วนการเดินทางสู่ความหลุดพ้นยังเป็นหน้าที่ของมนุษย์แต่ละคน เครื่องจักรไม่อาจแทนที่ประสบการณ์ตรงทางจิตวิญญาณได้

สู่ยุค “Artificial Spiritual Intelligence”
บทสรุประบุว่า การพัฒนา AI บนฐานพระไตรปิฎกคือความพยายามจัดตำแหน่งเทคโนโลยีที่ทรงพลังที่สุดของยุค ให้มีเป้าหมายหลักคือการลดการเบียดเบียนและส่งเสริมความเจริญงอกงามของมนุษย์

การเปลี่ยนผ่านจาก “Artificial Intelligence for Profit” ไปสู่ “Artificial Spiritual Intelligence” จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อมนุษย์นำหลักสุญญตา ปฏิจจสมุปบาท และพรหมวิหารสี่ มาเป็นสมการหลักในสถาปัตยกรรมระบบ

เมื่อเทคโนโลยีถูกกำกับด้วยความกรุณาและความตระหนักรู้ โลกดิจิทัลอาจไม่ใช่สนามแข่งขันแห่งอำนาจอีกต่อไป หากแต่เป็นกลไกแห่งสันติสุขที่ดำรงอยู่เพื่อเกื้อกูลสรรพชีวิตอย่างแท้จริง.
 

หน้าแรก » การศึกษา